Tuesday, August 21, 2012

ครั้งแรกของการเข้าร้านนวดในญี่ปุ่น


วันนี้ไปนอนให้เขานวดมาค่ะ อุตส่าห์หาร้านที่คิดว่าเป็นสไตล์เราที่สุดแล้ว ก็ยังมาเจอร้านนวดตุบตับจนได้ 
   
เรื่องของเรื่อง อยากลองเทคนิคการนวด การบริการของญี่ปุ่นดูบ้าง ก็เลือก นวดน้ำมัน ชั่วโมงละตั้ง 6,300 เยน แต่ด้วยความอยากลอง ปาป๊าก็ไฟเขียวแล้วด้วย 
   
จะลำดับการนวดของเขาให้เพื่อนอ่านกันเลยนะคะ 
    เริ่มจากเข้าไป หน้าเคาเตอร์ เลือกนวดน้ำมัน เพราะอโรม่าแพง แล้วพนักงานก็ไปจัดเตียง บรรยากาศในร้านค่อนข้างดี พอไปถึงห้องนวด หง่ะ มันเหมือนนวดทั่วไปที่มีในญี่ปุ่น ที่เรียก ว่า Kairo plactic (อันนี้ปาป๊าบอกมา )ที่คล้ายๆนวดไทยอ่าค่ะ  แต่นวดบนเตียง ก็แค่ปูผ้าให้ พอไปถึงเขาก็ให้ เปลี่ยนชุด ชุดที่ให้เปลี่ยน เป็นเสื้อผ่าด้านหลัง ปิดตีนตะขาบ แล้วก็กางเกงสามส่วน ขอย้ำว่า กางเกงสามส่วน เลยเปิดประตูไปถามเขาว่าต้องเปลี่ยนกางเกงด้วยเหรอ ชั้นนวดน้ำมันนะ ซึ่งปกติมันจะมีกางเกงในกระดาษอะไรประมาณนี้ให้ใส่ใช่ป่ะ เขาก็บอกว่าให้ใส่ เออ ใส่ก็ใส่ อยากรู้ว่ามันจะนวดยังไง
   
   เร่ิมต้นด้วย ให้นอนคว่ำ แล้วเขาก็วอร์มให้เราก่อน โปกๆปักๆ สับๆตบๆก็ว่ากันไป แล้วก็เปิดผ้าออก แกะตีนตะขาบที่ผ่าด้านหลังออก แล้วให้เราเอามือลอดออกจากแขนเสื้อ ตามนั้น
    พอลงน้ำมัน เขาฝนน้ำมันดังมาก ซ๊วบๆๆ เหมือนตอนเราใช้สบู่ล้างมือเลย ฮ่าๆถ้าใครเป็นศิษย์เรือนไม้สปา คงนึกออกว่าฝนน้ำมันคืออะไร เพราะไม่แน่ใจว่าคนอื่นเรียกว่ายังไงค่ะ   
    พอลงนวด อืมม เร็วมาก นวดเร็วเหมือนนวดสลิมมิ่ง นวดไปคันไปค่ะ คันตรงที่เขานวดนั่นแหล่ะ ก็ยังคิดอยู่ว่า นวดน้ำมันของเขานี่คือ นวดสลิมหรือเปล่าหง่า ก็ไม่เป็นไร ดี เผื่อจะได้เอาไขมันออกไปบ้าง แต่มันรู้สึกไม่สบายตัวเลยค่ะ 
     
    นวดๆไป สักพักก็ขึ้นมานั่งบนต้นขา เพื่อนวดหลัง ย้ำอีกที นั่งทับบนต้นขา ไม่ได้เขย่งขาเหมือนที่เราทำกัน เฮ้ย แล้วนวดผู้ชายก็นั่งแบบนี้ด้วยป่าวเนี่ย แต่พนักงานเขาแต่งตัวธรรมดานะคะ เหมือนพวกกึ่งพยาบาลอะไรงี้ 
     นวดหลังเสร็จ ขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่เอมี่จำจนวันตาย โคตรทรมาณ เขาเอาผ้าร้อนมาโปะ บนหลังที่ละผืน ซ้อนกันนับประมาณ 8 ผืนได้ มันจะเยอะไปมั้ย ตอนนอนอยู่ใต้ผ้า โอววว แม่เจ้า ร้อนโฮก เหงื่อออกไม้ออกมือ ก็ทนไป ดูว่าเขาจะทำอะไรอีก สักพัก เขาก็มานวดบนผ้าร้อนนั่นแหล่ะ ลงศอก ลงก็อะไรก็ว่ากันไป 
     พอเสร็จก็เอาผ้าออกทีละผืน ตอนนี้ที่เอมี่นับตามว่ามันกี่ผืน แล้วก็เอาผ้าร้อนอีกผืนมาเช็ดๆๆอีก โอย ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ แสบผิวไปหมด 
    สักพักก็เอาแขนเอมี่ สอดกลับแขนเสื้อเหมือนเดิม แล้วลงไปนวดขา ตอนนี้แหล่ะที่รอดูว่า ใส่กางเกงสามส่วน มันจะนวดขายังไง ปรากฏว่า เขาแต่ถลกขากางเกงขึ้น แล้วปลายไปสอดกางในของเรา แค่นี้เอง เอาก็เอา ลองดูว่าเผื่อเขาจะสอดมือลูบไล้ก้นอันงอนงามของเอมี่บ้าง ไม่มีเลย กร๊าาาาก เน้นแต่น่อง รูดแล้วรูดอีก แล้วขอประทานโทษนะคะ ฝ่าเท้าไม่นวดให้ค่ะ เฮ้ย แล้วมันจะสบายยังไงอ่า เอมี่รู้สึกปวดเท้าอ่า เพราะว่านอนคว่ำ ปลายน้ิวทิ่ม ปกติจะต้องมีอะไรมารองเท้า แต่นี่ไม่มี นวดๆไป สักพัก เอาน้ำมันมาลูบฝ่าเท้าหน่อยนึง แค่นี้ แว๊กๆๆๆ 
   
  พอเสร็จจากเท้าก็เอาผ้าร้อนมาโปะเยอะๆเหมือนเดิมค่ะ แฮ่กๆๆ พิมพ์ไปร้อนไป ตอนเขาเช็ดขา แสบมาก เพราะว่าเช็ดเยอะมาก ไม่รู้จะเช็ดอะไรนักหนา  นึกถึงบรรยากาศตอนนอนนวด สยองไม่หาย สักพัก เขาก็สับโปกๆที่ท่อนขา ประมาณ สวีดิช แต่ดูรุนแรงและขลังกว่า เหอๆๆ 
    แล้วก็มานวดหลังให้อีก ขย้ำๆ ขย่มๆ ผลักๆดันๆ แล้วก็นวดคอให้ สับหลังให้ ป๊อกๆๆ แล้วก็บอกว่า otsukaresama แว๊กกกกก แล้วไม่มีนอนหงายเหรอ นวดอะไรวะเนี่ย เอมี่ก็จำใจลุกขึั้นแบบว่าไม่มีแรง พอลุกชึ้นห้องหมุนเลยค่ะ เพราะว่านอนคว่ำนานเกินไป เขาบอกให้เปลี่ยนชุด ก็เปลี่ยนทั้งมึนๆ เดินออกมาแบบมึนๆ 
    
    สรุปเลยว่าไปนวดมาวันนี้ ไม่ผ่านอย่างแรง โคดเสียดายเงินเลย เพื่อนๆ TMT ทุกคน จงภูมิใจไว้เลยว่า นวดแบบของเรา เป็นอะไรที่เยี่ยมยอดที่สุดแล้วค่ะ เนิบนาบ ผ่อนคลาย ทั้งรูป กลิ่น เสียง คุณภาพของการนวด ที่เก็บรายละเอียดทุกส่วน แม้กระทั่งตอนลุกนั่ง  รวมถึงการบริการ เธอราพีสไทย จงเจริญ ฮิ้ววว 




Saturday, August 11, 2012

สวัสดีค่ะ ไม่ได้อัพเดทชีวิตที่เจแปนเลย วันนี้ขอรวบยอดทีเดียวนะคะ
ตอนนี้แจ๋วมาดริดก็ได้ย้ายมาเป็นแจ๋วเจแปนได้ประมาณเกือบปีแล้วค่ะ มีบางคนว่า โห แบบนี้ก็พูดภาษาได้แล้วสิคะ แหะๆๆ ขอโบกๆ ยังไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าได้เรียนแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็กลับไปเมืองไทย เพ่ิงกลับมานั่งหอบแฮ่กอยู่นี่แหล่ะค่ะ

ชีวิตความเป็นอยู่ที่โตเกียว ก็สนุกดีนะคะ จะซื้อหาอะไรก็มีทุกอย่าง ถ้ามีเงินนะ อิอิ
ตอนมาแรกๆ เอมี่ยังไมไ่ด้ทำงาน ก็ร้อนใจ อยากทำงาน ไปหาไปงานทำ เดินๆไปเจอร้านนวดไทย ก็เลยลองขึ้นไปสมัครดูค่ะ แต่ก็บอกเขาว่าภาษายังไม่ได้นะ พี่เจ้าของร้านเขาก็ใจดี ไม่ว่าอะไร ให้ทำค่ะ ดีใจมากเลย แต่ปาป๊าก็เป็นห่วงว่า เป็นร้านอย่างว่าหรือเปล่า ก็ที่รู้กันแหล่ะค่ะ ญี่ปุ่นมีร้านนวดแอบแฝงเยอะมาก ปาป๊าก็เลยตามมาดู แล้วได้คุยกับเจ้าของร้านด้วย ไม่น่าห่วง เพราะว่ามีแต่ therapist สูงวัยทั้งนั้น เหอๆๆ

เอมี่เข้างาน 14.00-02.00 น ดึกใช่มะ บางร้านดึกกว่านี้ ตีห้าก็มีค่ะ เพราะส่วนมาก พนักงานจะนอนที่ร้านกัน กลับไม่ทันรถไฟค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครค้างที่ร้านได้ ก็จะหางานได้ง่ายกว่า ส่วนเอมี่ ปาป๊าไม่ยอมค่ะ ก็ทำมาเรื่อยๆนะคะ ร้านนี้ไม่ชอบอยู่อย่างตรงที่ให้ลูกค้ามาสูบบุหรี่ในร้าน แบบว่า นวดไปหายใจจะไม่ออก  ต้องวิ่งไปเปิดประตูหลังร้านหายใจ คือ มันไม่ใช่อ่า ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ทำไมปล่อยให้มาสูบบุหรี่ได้ แล้วลูกค้าเมามาก็รับ ซึ่งในหลักการนวดแล้ว คนที่ดื่มแอลกอฮอลล์ ไม่ควรนวด แต่อย่างว่า ถ้าไม่รับก็ไม่มีลูกค้า เพราะส่วนมากลูกค้าญี่ปุ่นจะเมาแล้วมานวดกันซะมาก

แล้วมีบางครั้งที่ต้องอยู่ร้านกันสองคน กับพี่อีกคนที่เขานอนที่ร้าน เจ้าของร้านหยุด มีลูกค้าเข้ามา 1.30 น นวดสองชั่วโมง พี่เขารับ แล้วเอมี่ก็ต้องอยู่จนพี่เขานวดเสร็จ เพราะว่าปล่อยให้อยู่กับลูกค้าสองคนไม่ได้ อันตราย กว่าจะได้กลับบ้าน ตีสามกว่า เมื่อมีเคสนี้ขึ้นมา เร่ิมไม่ไหวละ แค่ตีสองก็ย่ำแย่ละ เพราะว่าเอมี่ต้องเดินกลับบ้าน เจอแต่พวกคนเมาเดินสวนกันไปมา ส่วนพี่เขานอนที่ร้าน ปาป๊าเลยบอกว่ามันดึกไปมั้ย ที่ทำงานไกล้ก็จริง แต่กลับบ้านดึกมันอันตราย

แต่ด้วยความอยากทำงาน ก็ทนๆไป ไม่กล้าบอกพี่เจ้าของร้าน พอดีมีเรื่องคุยกันเรื่องเวลาขึ้นมา ก็เลยคุยซะเลย พี่เขาก็บอกว่า เคสนี้ไม่ได้มีบ่อย  ถ้าเอมี่จะขออภิสิทธ์ิมากกว่าคนอื่น พี่เขาก็ลำบากใจ แว๊กกก ไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แต่มันเป็นสิทธิ์ของเราไม่ใช่เหรอ มันนอกเวลางาน ให้เรามานั่งรอ คือขอเขาแค่ว่า ขอเลิกตรงได้มั้ย ถ้าเลท ก็อย่าเกินตีสองครึ่ง พี่เขาก็เหมือนกับไม่พอใจ อืมมม เอมี่เลยบอกว่างั้น เราหยุดก่อนดีมั้ย เขาก็บอกว่า งั้นก็ตามใจ เอมี่ก็เลยขอหยุดตั้งแต่วันนั้นเลย ที่จริงพี่เขาเป็นคนใจดี เข้าใจว่าเจ้าของกิจการเขาก็อยากได้เงิน ไม่ได้โกรธอะไรพี่เขานะ เข้าใจ แต่ว่าเราคิดและมองไปคนละมุมแค่นั้นเอง

ขอบอกเลยว่า เพื่อนร่วมงานนิสัยดีกันทุกคนรวมถึงพี่เจ้าของร้านด้วย เป็นคนใจดี แต่อย่างที่บอกไปนะคะ แยกตัวออกมา คบกันแบบเพื่อนข้างนอกดีกว่าเนอะ

หยุดงานมา แล้วสบายใจมากเลย เพราะไม่อยากฝืนใจทำงานในแบบที่ตัวเองไม่ชอบ คนเราเนี่ยจริงๆนะ ถ้าได้ทำงานตามที่ตัวเองชอบแล้วละก็ จะทำอยู่ได้นาน

คราวหน้าจะขออัพเดทเรื่องอื่นบ้างนะคะ คิดถึงนะ จุ๊บุ๊