สวัสดีค่ะ ไม่ได้อัพเดทชีวิตที่เจแปนเลย วันนี้ขอรวบยอดทีเดียวนะคะ
ตอนนี้แจ๋วมาดริดก็ได้ย้ายมาเป็นแจ๋วเจแปนได้ประมาณเกือบปีแล้วค่ะ มีบางคนว่า โห แบบนี้ก็พูดภาษาได้แล้วสิคะ แหะๆๆ ขอโบกๆ ยังไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าได้เรียนแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็กลับไปเมืองไทย เพ่ิงกลับมานั่งหอบแฮ่กอยู่นี่แหล่ะค่ะ
ชีวิตความเป็นอยู่ที่โตเกียว ก็สนุกดีนะคะ จะซื้อหาอะไรก็มีทุกอย่าง ถ้ามีเงินนะ อิอิ
ตอนมาแรกๆ เอมี่ยังไมไ่ด้ทำงาน ก็ร้อนใจ อยากทำงาน ไปหาไปงานทำ เดินๆไปเจอร้านนวดไทย ก็เลยลองขึ้นไปสมัครดูค่ะ แต่ก็บอกเขาว่าภาษายังไม่ได้นะ พี่เจ้าของร้านเขาก็ใจดี ไม่ว่าอะไร ให้ทำค่ะ ดีใจมากเลย แต่ปาป๊าก็เป็นห่วงว่า เป็นร้านอย่างว่าหรือเปล่า ก็ที่รู้กันแหล่ะค่ะ ญี่ปุ่นมีร้านนวดแอบแฝงเยอะมาก ปาป๊าก็เลยตามมาดู แล้วได้คุยกับเจ้าของร้านด้วย ไม่น่าห่วง เพราะว่ามีแต่ therapist สูงวัยทั้งนั้น เหอๆๆ
เอมี่เข้างาน 14.00-02.00 น ดึกใช่มะ บางร้านดึกกว่านี้ ตีห้าก็มีค่ะ เพราะส่วนมาก พนักงานจะนอนที่ร้านกัน กลับไม่ทันรถไฟค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครค้างที่ร้านได้ ก็จะหางานได้ง่ายกว่า ส่วนเอมี่ ปาป๊าไม่ยอมค่ะ ก็ทำมาเรื่อยๆนะคะ ร้านนี้ไม่ชอบอยู่อย่างตรงที่ให้ลูกค้ามาสูบบุหรี่ในร้าน แบบว่า นวดไปหายใจจะไม่ออก ต้องวิ่งไปเปิดประตูหลังร้านหายใจ คือ มันไม่ใช่อ่า ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ทำไมปล่อยให้มาสูบบุหรี่ได้ แล้วลูกค้าเมามาก็รับ ซึ่งในหลักการนวดแล้ว คนที่ดื่มแอลกอฮอลล์ ไม่ควรนวด แต่อย่างว่า ถ้าไม่รับก็ไม่มีลูกค้า เพราะส่วนมากลูกค้าญี่ปุ่นจะเมาแล้วมานวดกันซะมาก
แล้วมีบางครั้งที่ต้องอยู่ร้านกันสองคน กับพี่อีกคนที่เขานอนที่ร้าน เจ้าของร้านหยุด มีลูกค้าเข้ามา 1.30 น นวดสองชั่วโมง พี่เขารับ แล้วเอมี่ก็ต้องอยู่จนพี่เขานวดเสร็จ เพราะว่าปล่อยให้อยู่กับลูกค้าสองคนไม่ได้ อันตราย กว่าจะได้กลับบ้าน ตีสามกว่า เมื่อมีเคสนี้ขึ้นมา เร่ิมไม่ไหวละ แค่ตีสองก็ย่ำแย่ละ เพราะว่าเอมี่ต้องเดินกลับบ้าน เจอแต่พวกคนเมาเดินสวนกันไปมา ส่วนพี่เขานอนที่ร้าน ปาป๊าเลยบอกว่ามันดึกไปมั้ย ที่ทำงานไกล้ก็จริง แต่กลับบ้านดึกมันอันตราย
แต่ด้วยความอยากทำงาน ก็ทนๆไป ไม่กล้าบอกพี่เจ้าของร้าน พอดีมีเรื่องคุยกันเรื่องเวลาขึ้นมา ก็เลยคุยซะเลย พี่เขาก็บอกว่า เคสนี้ไม่ได้มีบ่อย ถ้าเอมี่จะขออภิสิทธ์ิมากกว่าคนอื่น พี่เขาก็ลำบากใจ แว๊กกก ไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แต่มันเป็นสิทธิ์ของเราไม่ใช่เหรอ มันนอกเวลางาน ให้เรามานั่งรอ คือขอเขาแค่ว่า ขอเลิกตรงได้มั้ย ถ้าเลท ก็อย่าเกินตีสองครึ่ง พี่เขาก็เหมือนกับไม่พอใจ อืมมม เอมี่เลยบอกว่างั้น เราหยุดก่อนดีมั้ย เขาก็บอกว่า งั้นก็ตามใจ เอมี่ก็เลยขอหยุดตั้งแต่วันนั้นเลย ที่จริงพี่เขาเป็นคนใจดี เข้าใจว่าเจ้าของกิจการเขาก็อยากได้เงิน ไม่ได้โกรธอะไรพี่เขานะ เข้าใจ แต่ว่าเราคิดและมองไปคนละมุมแค่นั้นเอง
ขอบอกเลยว่า เพื่อนร่วมงานนิสัยดีกันทุกคนรวมถึงพี่เจ้าของร้านด้วย เป็นคนใจดี แต่อย่างที่บอกไปนะคะ แยกตัวออกมา คบกันแบบเพื่อนข้างนอกดีกว่าเนอะ
หยุดงานมา แล้วสบายใจมากเลย เพราะไม่อยากฝืนใจทำงานในแบบที่ตัวเองไม่ชอบ คนเราเนี่ยจริงๆนะ ถ้าได้ทำงานตามที่ตัวเองชอบแล้วละก็ จะทำอยู่ได้นาน
คราวหน้าจะขออัพเดทเรื่องอื่นบ้างนะคะ คิดถึงนะ จุ๊บุ๊
No comments:
Post a Comment